About admin

Here are my most recent posts

ฉลามชลเปิดตัว ดราแกน บอสโควิช ดาวยิงจากมอนเตเนโกร อย่างเป็นทางการ

หลังจากที่เดินทางมาทดสอบร่างกายเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ล่าสุด ดราแกน บอสโควิช ได้ผ่านการตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญากับ ชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกต่อดีลในครั้งนี้ว่า

“ลำดับแรกเลย ผมคงต้องขอบคุณสโมสร ชลบุรี เอฟซี ทั้งผู้บริหาร ทีมงานสตาฟโค้ช และเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่เชื่อมั่นในศักยภาพ ของผม และมอบโอกาสให้ผมเดินทางเข้ามาฝึกซ้อมกับทีมในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงมอบสัญญาฉบับนี้ ให้กับผม”

“แน่นอนว่าผมรู้สึกดีใจและมีความสุขมากที่จะได้มีโอกาสลงเล่นในศึกไทยลีกต่อไป ความสงสัยของผู้คนในช่วงที่ผ่านมาหลังจากที่ผมเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผมก้าวไปข้างหน้า ทุกสโมสรที่ผมเคยเล่นด้วยผมคือหนึ่งในนักเตะที่ฟิตที่สุดเมื่อใดก็ตามที่ผมรู้สึกว่าผมไม่อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ทั้งร่างกายและจิตใจผมจะเลิกเอง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเพราะผมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังต้องทำในสนาม และวันนี้ผมพร้อมจะกลับมาแล้ว”

“ชลบุรี เอฟซี เป็นทีมที่ดี ผู้เล่นหลายคนมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกลุ่มนักเตะเยาวชน จากอคาเดมี่ทุกคนดูมีความมุ่งมั่น และกระหายในความสำเร็จ และเมื่อวันนี้ผมได้มีโอกาสเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของที่นี่แล้ว ผมก็จะพยายามทำผลงานของตัวเองออกมาช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จให้ได้” ดราแกน บอสโควิช กล่าวปิดท้าย

ทิตาธร ยันไม่ท้อคำวิจารณ์มุ่งมั่นทำผลงานให้ดีกว่าเดิมในนัดต่อไป

ทิตาธร อักษรศรี แบ็คซ้ายทัพช้างศึก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เล่าความรู้สึกที่มีต่อเสียงวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นในช่วงซีเกมส์ที่ผ่านมาที่ทำได้ไม่ดีนัก และความรู้สึกหลังมาลงเล่นให้ทีมชาติไทยในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึกเอเอฟซี และสามารถช่วยทีมทำสกอร์จากนัดแรกที่พบกับทีมชาติบาห์เรนไปได้ถึง 5-0

แม้ในช่วงซีเกมส์ 2019 ที่จัดขึ้น ณ ฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาทิตาธร อักษรศรี นั้นโดนวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นอย่างหนัก อย่างไรก็ตามในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 นี้ เขาก็ได้มีรายชื่อติด 1 ใน 23 คน ที่ถูกโค้ชอากิระ นิชิโนะ เลือกมาเล่นเป็นแบ็คซ้ายให้ทีมชาติไทย และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จึงพาทีมคว้า 3 คะแนน และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวได้กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากเล่นนัดแรกไว้ว่า

“ผมโดนเสียงวิจารณ์จากซีเกมส์มาเยอะมาก พอมารายการนี้ผมจึงอยากทำทุกอย่างให้เต็มที่ที่สุด ให้ดีกว่าผลงานที่ออกไปในตอนนั้น”

“ส่วนตัวผมไม่ได้พอใจกับผลงานของตัวเองตอนซีเกมส์อยู่แล้ว เรารู้ว่าเราทำได้ดีกว่านี้ มันเป็นช่วงฟอร์มตกของผม ยอมรับว่ารู้สึกแย่ครับที่โดนวิจารณ์แต่ก็พยายามลืม ๆ มันไป พอลงสนามก็พยายามแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจบซีเกมส์ผมกลับไปปรีซีซันกับสโมสร ผมตั้งใจซ้อมให้หนักกว่าเดิมเพราะรู้ว่าตอนไปเล่นซีเกมส์เรายังดีไม่พอ”

“ตลอดเวลาที่ซ้อมช่วงเบรกทีมชาติ ผมพยายามซ้อมให้มากขึ้น พยายามหาจุดที่ต้องแก้ไขแล้วฝึกตรงนั้นเพิ่มให้ดีขึ้น เพราะหวังจะให้มันดีกว่าเดิมจนได้ผลที่ออกมาตามที่หวังไว้”

“ที่ผ่านมาอาจจะโดนมาเยอะแต่ผมไม่เคยรู้สึกท้อ ผมคิดว่าถ้าเล่นไม่ดีก็ต้องมีเจออะไรแบบนี้อยู่แล้ว ผมไม่ได้มองว่าโดนวิจารณ์แล้วต้องรู้สึกท้อแท้อะไร คิดเสมอว่าสักวันถ้าเรากลับมาเล่นดีคนก็จะมองเราอีกแบบหนึ่ง”

“ก่อนลงเล่นเกมกับบาห์เรน ผมบอกกับตัวเองว่าลงไปต้องทำให้เต็มที่ขออย่ามีอะไรผิดพลาด ทำทุกอย่างให้เต็มที่ที่สุดไม่ว่า ผลจะเป็นอย่างไรให้พอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ลงไปทำจนเต็มที่แล้ว”

“เกมกับบาห์เรน ผลออกมาเป็นแบบนี้มันทำให้เรามั่นใจขึ้น แต่หลังจากนี้เราจะเจองานหนักขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะออสเตรเลีย หรือ อิรัก เราต้องไม่ประมาทและต้องเร่งตัวเองให้เหมือนกับนัดที่เราชนะบาห์เรนให้ได้” แบ็คซ้ายวัย 22 ปี กล่าวปิดท้าย

มาเน่เปิดใจอยากกลับไปฉลองรางวัลนักเตะแอฟริกายอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ที่บ้านเกิดให้เร็วที่สุด

ซาดิโอ มาเน่ หัวหอกวัย 27 ปี จำเป็นต้องเดินทางกลับมายังสโมสรลิเวอร์พูลก่อน หลังจากคว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมประจำปี 2019 จากซีเอเอฟ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เผยว่าตนวางแผนที่จะกลับไปยังประเทศเซเนกัลตามกำหนดเดิมโดยเร็วที่สุด

ก่อนหน้านี้ กองหน้าหงส์แดงวางแผนว่าจะบินตรงจากงานประกาศรางวัลแข้งยอดเยี่ยมที่จัดขึ้น ณ ประเทศอียิปต์กลับไปยังบ้านเกิดเพื่อเฉลิมฉลองรางวัลอันทรงเกียรติโดยเร็ว แต่ทว่าการเดินทางถูกขัดจังหวะนอกเหนือจากการควบคุมของเขา ทำให้เขาไม่สามารถกลับไปได้ ทำให้ต้องบินกลับมาที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อน และตอนนี้เขายืนยันว่าจะกลับไปโดยเร็วที่สุดเมื่อมีโอกาส

มาเน่ ให้สัมภาษณ์กับ Liverpoolfc.com ทันทีที่กลับมายังเมอร์ซีย์ไซด์ กล่าวว่า “แน่นอนว่าผมมีความสุข และภาคภูมิใจมากที่คว้ารางวัลนี้ และผมอยากจะมอบมันให้กับทุกคนที่ช่วยเหลือผมในการเดินทางนี้นับตั้งแต่เริ่มแรก”

“ตอนแรกผมมีแผนที่จะบินกลับไปเซเนกัล เพื่อขอบคุณผู้คนในประเทศของผม และรำลึกถึงพวกเขาสำหรับทุกอย่างที่พวกเขาทุ่มเทให้ตลอดการเดินทางของผม แต่โชคร้ายที่เราไม่สามารถเดินทางกลับไปได้”

“ตอนนี้เรามีเกมสำคัญกับท็อตแนมสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งผมต้องโฟกัส และเตรียมพร้อมกับมัน แต่มันเป็นความจริงที่ผมผิดหวังที่ผมไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อกล่าวขอบคุณได้ เพราะปัญหาบางอย่างที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง”

“ดังนั้น ผมจะกลับไปยังเซเนกัลโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผม ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งที่ทุก ๆ คนทำเพื่อผม ทุก ๆ คนที่เชื่อมั่นในตัวผม และทุกคนที่ให้โอกาสผมได้เล่นฟุตบอล” ปีกทีมชาติเซเนกัล กล่าวปิดท้าย

รอยยิ้มเขินอายของมาเน่ หลังประกาศรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปี 2019

รางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของแอฟริกา ตกเป็นของ ซาดิโอ มาเน่ หัวหอกทีมชาติเซเนกัลของลิเวอร์พูล คว้ารางวัลนักเตะแอฟริกายอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ไปครองจากการจัดอันดับของสหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (ซีเอเอฟ) ด้วยผลงานที่เจ้าตัวกดไปถึง 30 ประตูในทุกรายการของฤดูกาลที่แล้ว และมีส่วนสำคัญในการช่วยทีมลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ พร้อมกับโกยคะแนนโหวตไปทั้งสิ้น 477 คะแนน รองลงมาเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หัวหอกทีมชาติอียิปต์ของลิเวอร์พูลอีกเช่นกัน ได้รับ 325 คะแนน ตามมาเป็นอันดับสอง ส่วนอันดับสามตกเป็นของ ริยาด มาห์เรซ กองหน้าตัวรุกทีมชาติแอลจีเรียของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ไป 267 คะแนน

ในงานประกาศรางวัลประจำปีของสมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกาจัดขึ้นที่อียิปต์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาดิโอ มาเน่ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง และได้มีโอกาสขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ มาเน่เริ่มต้นประโยคแรกด้วยรอยยิ้มเขินอายเหมือนเคย พร้อมกล่าวว่า “พูดจริง ๆ เลยนะครับ ให้มายืนพูดต่อหน้าผู้คนสำคัญ ๆ มากมายอย่างนี้ผมขอเลือกเตะบอลดีกว่า เพราะผมถนัดกว่า”

“ผมมีความสุขและภูมิใจมาก อยากจะขอขอบคุณครอบครัวของผมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณลุงที่วันนี้มาอยู่ที่นี่ด้วย รวมทั้งโค้ชของผมเช่นกัน”

“ผมยังต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมชาติของผม ขอบคุณสตาฟฟ์โค้ช ขอบคุณสโมสรลิเวอร์พูล และเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่นั่น”

“มันคือวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดวันหนึ่งในชีวิตผม และผมก็อยากจะขอขอบคุณชาวเซเนกัลทุกคนที่สนับสนุนผม ผมมาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อบัมบาลี และผมคิดว่าพวกเขาก็คงกำลังดูผมอยู่ในตอนนี้”

“ขอผมพูดอีกสักครั้งนะครับ ผมมีความสุขมากและภูมิใจจริง ๆ ที่ได้รับรางวัลนี้” กองหน้าทีมชาติเซเนกัล กล่าวปิดท้าย

คำพูด ท่าที และบุคลิกของเขาเป็นไปอย่างธรรมชาติสอดคล้องกัน มันเต็มไปด้วยความเรียบง่าย ถ่อมตัว ไม่มีลักษณะวางตนเป็นจุดศูนย์กลาง หรือยกตนข่มท่านแต่อย่างใด ซึ่งจากที่เรารู้จักเขาที่ผ่านมา มันก็คือความเป็นตัวตนของเขาจริง ๆ อย่างไม่ต้องประดิษฐ์

โอลิเวอร์ บราวนิ่ง นักเขียนแห่ง givemesport นิยามคำพูดของ ซาดิโอ มาเน่ ในการรับรางวัลครั้งนี้ว่า the most humble speech – สุนทรพจน์ที่ถ่อมตัวที่สุด